#พท.แนะ ทุกฝ่ายช่วยกันแก้แก้ปัญหา ปมไทยถูกขึ้นบัญชีประเทศที่น่าละอาย

เพื่อไทยแนะร่วมกันแก้ปัญหา หลัง UN ขึ้นบัญชีไทย เป็น 1 ใน 38 ประเทศที่น่าละอาย แนะนายกฯอย่าสร้างกระแสมุ่งแก้ปัญหาดีกว่า

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง รายงานประจำปีของนายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ขึ้นบัญชีประเทศที่น่าละอาย 38 ประเทศ ซึ่งมีประเทศไทย รวมอยู่ด้วย ว่า คนไทยทุกคนรักประเทศ ต้องร่วมกันหาสาเหตุว่า การถูกขึ้นบัญชีกลุ่มประเทศที่มีพฤติกรรมน่าละอายจากการคุกคามพวกสิทธิมนุษยชนนั้น มีที่มาอย่างไร และจะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างไร การออกมาเรียกร้องให้ค้นหาสาเหตุ และแนวทางการแก้ไข ไม่ใช่เป็นการซ้ำเติมประเทศ แต่มาจากความรับผิดชอบร่วมกัน ที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ไข คนในรัฐบาลออกมายืนยันหลายครั้งว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นับเวลาจากนี้ก็ 5 เดือน แต่ก็ยังไม่มีการปลดล็อก
พรรคการเมือง ประชาชนไม่สามารถชุมนุมกันเกิน 5 คนได้ พรรคการเมืองห้ามทำกิจกรรม นักการเมืองยังสามารถถูกเรียกปรับทัศนคติได้ เจ้าหน้าที่ยังคงสามารถเข้าตรวจค้นบ้านเรือนประชาชนโดยไม่ต้องมีหมายศาล บางคดีพลเรือนยังต้องขึ้นศาลทหาร อยู่หรือไม่ ดังนั้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่น และสร้างภาพลักษณ์อันดีของประเทศ ต้องจัดเตรียมนำประเทศไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี การนำศิลปินจากวง AKB 48 จากประเทศญี่ปุ่นเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ว่า ในระยะหลัง พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนมีอาการว้าวุ่นใจ อาจเพราะเป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง หรือไม่ และกว่า 4 ปี คะแนนนิยมผ่านโพลต่างๆ ก็ไม่ได้โดดเด่นกว่านักการเมืองที่ถูกห้ามเคลื่อนไหว จึงพยายามืที่จะหาวิธีสร้างภาพ เรียกเรตติ้ง นอกจากคุยกับกบ กับวัว ซึ่งเป็นวิถีนักการเมืองเต็มตัว ยังรุกทางโซเชียลมีเดีย ทำลุงตู่ตูน เปิดเพจ ใครได้รับรางวัลอะไร ที่ไหน ศิลปิน ดารานักร้อง ทั่วฟ้าเมืองไทย ต้องตบเท้าเข้าทำเนียบหรือออกรายการโทรทัศน์ของรัฐบาล คสช. และก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว ใช้ทำเนียบเป็นที่ทำการพรรคการเมือง เปิดเจรจาต่อรอง ดูดนักการเมืองมาร่วมงาน

ทั้งนี้ ระยะหลังได้นำศิลปินดารา นักร้อง มาพบ พล.อ.ประยุทธ์ ถี่ขึ้น การเปิดทำเนียบ รับศิลปินวง AKB 48 ที่มาโปรโมทคอนเสิร์ตในประเทศไทยเดือน ธ.ค. คล้ายกับทำทำเนียบเป็นมิวสิคฮอลล์ คึกคักขนาดหยิบแท่งไฟมาโยกตามจังหวะ จับมือ 8 วินาที เซลฟี่กับศิลปินทุ้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า มาเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องอดทน ยิ่งกว่ายางมิชลิน แต่ทราบหรือไม่ว่าประชาชนอาจต้องอดทนมากกว่า ที่รัฐบาลเน้นแต่การสร้างภาพ เพราะประชาชนอยากเห็นสาระมากกว่าสีสัน จึงต้องแยกให้ออกระหว่างกระพี้กับแก่นการทำงาน คนไทยอยากเห็นผู้นำประเทศ ไปแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประเทศชาติและประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ค่าครองชีพสูง ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการจราจร มากกว่า มุ่งเน้นสร้างกระแส โดยที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร

สำนักข่าววิหคนิวส์

Facebook Comments