#คสช.ออกคำสั่งคลายล็อกแล้วมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

คสช.ออกคำสั่งคลายล็อกแล้ว กำหนด 7 กิจกรรมพรรคทำได้ ขยายเวลาหาสมาชิก-จ่ายทุนประเดิม คุมเข้มการสื่อสาร-ประชาสัมพันธ์ สมาชิก ยกเลิกไพรมารีฯ ตาม กม. ตั้ง คกก.สรรหา 11 คนแทน พร้อมให้อำนาจ กกต.แบ่งเขต ทิ้งท้ายให้อำนาจนายกฯ แก้คำสั่งได้ทุกเมื่อ
วันนี้ (14 ก.ย.) ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) หรือการคลายล็อกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 โดยมีเนื้อหาสำคัญระบุว่า เหตุผลของการออกคำสั่งฉบับนี้ว่า เพื่อให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนและจัดตั้งใหม่สามารถดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ ยุ่งยาก สับสน แต่จากข้อเท็จจริงปรากฏว่าการปฏิบัติของพรรคการเมืองยังมีปัญหาดังที่พรรคการเมืองต่างๆ แจ้งให้ คสช.ทราบในการประชุมวันที่ 25 มิ.ย. 2561 ดังนั้นเพื่อให้สถานการณ์ของบ้านเมืองที่มีความสงบเรียบร้อยระดับหนึ่งในขณะนี้ได้ดำเนินอยู่ต่อไป จึงยังจำเป็นต้องให้ประกาศ คสช. หรือหัวหน้า คสช. ที่เกี่ยวกับการดำเนินการของพรรคการเมืองยังมีคงมีผลใช้บังคับต่อไป และเพื่อให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่และจัดตั้งขึ้นมาก่อนสามารถเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นได้ตามเวลาดังกล่าวได้ จึงควรผ่อนคลายการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่จำเป็นบางกรณีซึ่งพรรคการเมืองต้องดำเนินการก่อนการเลือกตั้งโดยให้สามารถดำเนินการได้ในช่วง 90 วันก่อนการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จึงอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 ประกอบมาตรา 44 มีคำสั่งดังกล่าว

ส่วนประเด็นที่มีการแก้ไขประกอบไปด้วยการกำหนดระยะเวลาใหม่ในการดำเนินการตามมาตรา 141 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง คือ การจัดให้มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท และแจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายใน 180 วัน การจัดให้มีสมาชิกที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเมือง จำนวนวนไม่น้อยกว่า 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายใน 180 วัน และการจัดหาสมาชิกที่มีคุณสมบัตไม่มีลักษณะต้องห้าม 5,000 คนภายใน 1 ปี ทั้งหมดให้นับตั้งแต่คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2561 มีผลใช้บังคับ และถ้า กกต.เห็นว่าพรรคการเมืองไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ สามารถมีมติขยายเวลาการดำเนินการออกไปได้อีก 1 เท่าของระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละเรื่อง หากครบระยะเวลาขยายแล้วพรรคไม่สามารถดำเนินการได้ให้สิ้นสภาพลง และระหว่างขยายระยะเวลาพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการเรื่องต่างๆไม่ครบถ้วนไม่สามารถส่งผู้สมัครได้

นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวม 7 เรื่อง คือ 1. แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง นโยบายของพรรคการเมืองให้ถูกต้องสอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.ป.ว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีผลใช้บังคับ 2. เลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิก นายทะเบียนสมาชิก และกรรมการบริหารพรรคตามข้อบังคับที่ได้มีการแก้ไข โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 ก่อนที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ 3. จัดตั้งสาขาพรรคการเมือง หรือแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 1 ปี นับแต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
4. รับสมาชิกของพรรคการเมือง 5. จัดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งและสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง 6. มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 7. กิจกรรมทางการเมืองอื่นที่ คสช.กำหนด ซึ่งการจัดประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองดังกล่าวต้องมีกรรมการบริหารพรรคไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ และรวมกับสมาชิกของพรรคการเมืองแล้วไม่น้อยกว่า 250 คนจึงจะนับเป็นองค์ประชุม
ส่วนกระบวนการไพรมารีโหวตตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น คำสั่ง คสช.ฉบับนี้ให้ยกเลิกไม่นำมาใช้สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น และกำหนดกระบวนการขึ้นใหม่ โดยให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรค 4 คน ตัวแทนสมาชิกที่พรรคการเมืองเลือก 7 คน รวม 11 คน มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ ส่วนการสรรหาผู้สมัคร ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาจากสมาชิกที่ยื่นความจำนงด้วยตนเอง และจากผู้ซึ่งสมาชิกเสนอ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสรรหากำหนดโดยให้คำนึงถึงเรื่อง ภูมิภาค ความเท่าเทียมระหว่างชายหญิง และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับฟังความเห็นของหัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดและสมาชิกที่เกี่ยวข้องมาประกอบการสรรหา และเมื่อคณะกรรมการบริหรพรรคเห็นชอบบุคคลที่คณะกรรมการสรรหาเสนอให้หัวหน้าพรรคออกหนังสือรับรองให้เป็นผู้ได้รับการสรรหาเป็นผู้สมัครทั้งในระบบเขตเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อ
แต่ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรคไม่เห็นชอบบุคคลที่คณะกรรมการสรรหาเสนอให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาบุคคลใหม่แทน แต่หากคณะกรรมการสรรหายืนยันเสนอชื่อบุคคลเดิมและคณะกรรมการบริหารพรรคเไม่เห็นด้วยให้ประชุมร่วมกันและลงคะแนนลับเพื่อกำหนดตัวบุคคล โดยภายใน 7 วันนับแต่คณะกรรมการบริหารพรรค หรือที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคกับคณะกรรมการสรรหาให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้สมัครแล้วให้ประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ หากมีเหตุทำให้การเลือกตั้งครั้งแรกเป็นโมฆะ เช่น ผู้สมัครตายให้ดำเนินการใหม่ตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดในเรื่องที่พรรคจะติดต่อประชาสัมพันธ์ หรือสื่อสารกับสมาชิกพรรคว่าสามารถใช้โซเซียลมีเดียด้วยได้ แต่ต้องไม่มีลักษณะเป็นการหาเสียง โดย กกต.และ คสช.อาจกำหนดลักษณะต้องห้ามของการประชาสัมพันธ์ หรือติดต่อสื่อสารด้วยวิธีดังกล่าวให้ไม่ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อย และอาจสั่งให้ระงับการดำเนินการได้ และได้มีการกำหนดให้กกต.สามารถดำเนินการในเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยให้เสร็จก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ อีกทั้งท้ายคำสั่งยังได้ระบุให้เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีเสนอ คสช.เปลี่ยนแปลงคำสั่งฉบับนี้ได้อีก โดยคำสั่งฉบับนี้มีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ 14 ก.ย. ซึ่งเป็นวันประกาศ

ข้อมูล
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/225/T24.PDF

สำนักข่าววิหคนิวส์
Facebook Comments